สถานีต่อไปของแบ็กจอมบุก “โธมัส มูนิเยร์”

โธมัส มูนิเยร์ กลายเป็นนักเตะเนื้อหอมทันที เมื่อสัญญาระหว่างเขากับปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังจะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ โดยยอดทีมของฝรั่งเศสก็ไม่มีทีท่าจะขยายสัญญาแต่อย่างใด ทำให้แบ็กขวาทีมชาติเบลเยี่ยมสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ ซึ่งมีสโมสรยักษ์ใหญ่จากหลายลีกของยุโรปจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ย้ายจากคลับ บรูซ เมื่อปี 2016 โธมัส มูนิเยร์ก็กลายเป็นแบ็กขวาตัวหลักของเปแอสเชทันที โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 128 นัด ทำได้ 13 ประตู กับอีก 21 แอสซิสต์ กวาดแชมป์ครบทุกรายการในลีกฝรั่งเศส แต่ในฤดูกาล 2019-20 นี้ ฟูลแบ็กวัย 28 ปี ลงสนามทุกรายการไปเพียง 27 นัดเท่านั้น อันเนื่องมาจากปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้า แถมยังถูกดร็อปเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้ง โดยปัจจุบันปารีส แซงต์-แชร์กแมงมีกองหลังดาวรุ่งที่พร้อมเสียบแทนตำแหน่งของมูนิเยร์อยู่แล้ว ทั้งโกแล็ง ดักบา แบ็กขวาดาวโรจน์ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุด U21 ที่เป็นคู่แข่งโดยตรง และธีโล เคห์เรอร์ กองหลังชาวเยอรมันที่เล่นได้ทั้งแบ็กขวาและเซ็นเตอร์แบ็ก ทำให้อนาคตในถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ของแบ็กขวาดีกรีทีมชาติอันดับ 1 จากการจัดอันดับของฟีฟ่าส่อเค้าจะถึงทางตัน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ดูเป็นทีมที่ให้ความสนใจมูนิเยร์มากเป็นพิเศษ […]

“อาซาร์ เฮาส์” บ้านนี้มีแต่บอล

ในวงการฟุตบอล มีคู่พี่น้องนักเตะที่โลดแล่นอยู่ในวงการหลากหลายคน ไม่ว่าจะเป็นแกรี่ และฟิล เนวิลล์ พี่น้องที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด, ยาย่า และโคโล่ ตูเร่ พี่น้องที่ได้เล่นร่วมกันในทีมเรือใบ, เควิน-ปรินซ์ และเจโรม บัวเต็ง พี่น้องที่ลงเล่นให้คนละทีมชาติในศึกฟุตบอลโลก, โรนัลด์ และแฟรงค์ เดอ บัว คู่แฝดที่ติดสอยห้อยตามกันไปทุกที่ รวมไปถึงครอบครัวอาซาร์ ที่พี่น้องทั้ง 4 คนล้วนเลือกเส้นทางอาชีพนักเตะเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของพวกเขา เอเดน อาซาร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะเพลย์เมกเกอร์ที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งฝีเท้าอันฉกาจฉกรรจ์ของจอมทัพทีมชาติเบลเยี่ยมมีจุดเริ่มต้นมาจากความผูกพันกับกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อของเขา เธียร์รี่ อาซาร์ เคยเป็นผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับให้กับสโมสรในลีกดิวินชั่น 3 ของเบลเยี่ยม ในขณะที่คุณแม่คารีน เป็นอดีตศูนย์หน้าดาวเด่นในลีกฟุตบอลหญิงเบลเยี่ยม ทำให้สายเลือดนักเตะถูกส่งต่อมายังรุ่นลูก ไม่ใช่แค่เอเดนเท่านั้นที่กลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่น้องชายของเขาทั้ง 3 คน ก็เจริญรอยตามพ่อแม่ได้เป็นผลสำเร็จ เอเดน อาซาร์ ในฐานะพี่ชายคนโตของบ้าน เขาถือเป็นต้นแบบให้กับน้อง ๆ ด้วยการเริ่มต้นคว้าดับเบิ้ลแชมป์กับลีลล์ ในฤดูกาล 2010-11 ก่อนจะย้ายไปคว้าแชมป์รายการเมเจอร์อีก 6 สมัยกับเชลซี จนกระทั้งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรที่ดีที่สุดของโลกอย่างเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวกว่า […]

อดีตนักเตะเยาวชนปีศาจแดงที่ย้ายไปมีอนาคตสดใสกับทีมในพรีเมียร์ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นสโมสรที่รักษาธรรมเนียมการใช้นักเตะเยาวชนเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้อย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติส่งนักเตะจากอคาเดมี่ลงสนามในทีมชุดใหญ่ติดต่อกันมากกว่า 4,000 นัด นับตั้งแต่ปี 1937 ซึ่งหลายคนกลายเป็นกำลังหลักของทีม อย่างนักเตะคลาส 92 อันโด่งดัง หรือในทีมชุดปัจจุบันก็มีมาร์คัส แรชฟอร์ด และสก็อต แม็คโทมิเนย์ เป็นขาประจำในตำแหน่งตัวจริง แต่ก็มีนักเตะเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ต้องย้ายออกจากสโมสรไปโดยไม่มีโอกาสได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่สักครั้งทั้งที่มีฝีเท้าดี ซึ่งหลายคนกำลังโลดแล่นอยู่กับทีมในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เข้าร่วมทีมเยาวชนปีศาจแดงเมื่อปี 2002 หลังจากนั้นในฤดูกาล 2006-07 เขาก็จะถูกเรียกติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วยบทผู้รักษาประตูสำรองของโทมัส คุสแช็ค ในเกมพบกับอาร์เซน่อล ก่อนจะได้รับโอกาสบนซุ้มม้านั่งสำรองอีก 12 ครั้งตลอดระยะเวลา 4 ปี แต่เนื่องจากขณะนั้นทีมมีเอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ และโทมัส คุสแช็ค คอยทำหน้าที่เฝ้าเสาอยู่ ทำให้เขาโอกาสลงสนามไม่เคยหลุดมาถึงมือเขา จนเมื่อหมดสัญญาฮีตันจึงเลือกย้ายไปอยู่กับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในลีกแชมเปียนชิพ ฮีตันได้โอกาสลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกครั้งแรกกับเบิร์นลี่ย์ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาคือฤดูกาล 2016-17 ในเกมที่พบกับทีมเก่า ฮีตันโชว์ซูเปอร์เซฟลูกวอลเลย์จ่อ ๆ ของซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำให้ทีมเดอะคลาเรตส์ยันเสมอปีศาจแดงได้ 0-0 […]

ซูเปอร์สตาร์หมายเลข 10 แห่งบราซิล

บราซิลได้ชื่อว่าเป็นชาติที่เล่นบอลด้วยความสวยงามตามตามสไตล์แซมบ้า นักเตะทุกตำแหน่งของทีมชาติบราซิลล้วนเปี่ยมไปด้วยทักษะและเทคนิคอันแพรวพราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเตะเจ้าของหมายเลข 10 ที่มักสงวนไว้ให้กับนักเตะซูเปอร์สตาร์ประจำทีมเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันตกเป็นของเมย์มาร์ โดยนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 แต่ละคนล้วนนำความสำเร็จมาสู่ทีมชาติอย่างไม่ว่างเว้น จนกลายเป็นชาติที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกและแชมป์คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพมากที่สุด เปเล่ เป็นนักเตะคนแรกที่ถูกจดจำในฐานะซูเปอร์สตาร์หมายเลข 10 แห่งบราซิล แถมยังถูกยกย่องให้เป็นนักเตะหมายเลข 1 ของโลกในยุคของตัวเอง ด้วยลีลาการลากเลื้อยและการถล่มประตู โดยนักเตะไข่มุกดำยิงประตูในนามทีมชาติทั้งสิ้น 77 ประตูจากการลงสนาม 92 นัด นับเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมเซเลเซาจนถึงปัจจุบัน โดยนำทีมบราซิลคว้าแชมป์โลกถึง 3 สมัย ในปี 1958, 1962 และ 1970 ริวัลโด้ เป็นนักเตะคนต่อมาที่พาบราซิลเป็นแชมป์ด้วยเสื้อเบอร์ 10 แม้ตอนคว้าแชมป์หนแรกอย่างแชมป์คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ ปี 1997 เขาจะสวมหมายเลข 20 ก็ตาม แต่หลังจากนั้นเขาก็กลายมาเป็นจอมทัพเบอร์ 10 พาทีมเซเลเซาเป็นแชมป์โคปา อเมริกา ปี 1999 และแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2002 โดยยิงประตูให้ทีมชาติบราซิลไปทั้งสิ้น 35 ประตู […]

เหล่านักเตะที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกัน

ในโลกฟุตบอลมีนักเตะชื่อดังที่มีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันทางครอบครัวอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะพี่น้อง อย่างพี่น้องเนวิลล์, พี่น้องตูเร่, พี่น้องอินซากี้, พี่น้องคูมัน, พี่น้องเลาว์ดรูปหรือในฐานะพ่อลูก อย่างพ่อลูกมัลดินี่, พ่อลูกครัฟฟ์, พ่อลูกชไมเคิ่ล, พ่อลูกไคลเวิร์ต, พ่อลูกบรินด์ ซึ่งทุกคนล้วนเป็นที่รู้จักอย่างดีอันเนื่องจากการใช้นามสกุลเดียวกัน แต่ยังมีนักเตะที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยที่แฟนบอลอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดหรือเป็นญาติกันจากการใช้คนละนามสกุล เจมส์ โรดริเกซ และ ดาวิด ออสปีน่า เจมส์ โรดริเกซ มิดฟิลด์ตัวรุกเจ้าของแชมป์ลาลีกาและแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยเล่นให้กับเรอัล มาดริด กำลังไปได้สวยกับชีวิตใหม่ที่เยอรมันกับบาเยิร์น มิวนิค ด้วยการเป็นดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาล 2018-19 ในขณะที่ดาวิด ออสปีน่า กำลังไล่ล่าความสำเร็จร่วมกับนาโปลีให้ได้เช่นเดียวกับสมัยค้าแข้งกับอาร์เซน่อลในพรีเมียร์ลีก เดิมทีทั้งคู่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันจนกระทั่งเมื่อโรดริเกซตัดสินใจแต่งงานกับ ดาเนียล่า ออสปีน่า นักวอลเลย์สาวทีมชาติโคลัมเบีย และน้องสาวแท้ ๆ ของดาวิด ออสปีน่า จึงทำให้ทั้งคู่กลายเป็นพี่เขย-น้องเขยกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ถือเป็นนักเตะกำลังหลักของทีมชาติโคลัมเบีย โดยโรดริเกซสังหารประตูในนามทีมชาติไปแล้ว 22 ประตู จากการลงสนามรับใช้ชาติ 76 นัด ส่วนออสปีน่าก็เป็นผู้รักษาประตูกัปตันทีมที่ลงสนามรับใช้ชาติไปแล้ว 104 นัด รั้งอันดับสองรองจากคาลอส วันเดอราม่า ซึ่งทั้งคู่มีส่วนสำคัญช่วยให้โคลัมเบียคว้าอันดับ 3 ในศึกโคปา […]

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ผู้นำทีมปีศาจแดงทั้งในสนามและนอกสนาม

แม้จะเพิ่งรับตำแหน่งกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ไม่นาน แต่แฮร์รี่ แม็คไกวร์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่มีอยู่เต็มเปี่ยมทั้งในและนอกสนาม โดยหลังจากย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาลปราการหลังทีมชาติอังกฤษได้ช่วยยกระดับแนวรับปีศาจแดงให้กลับมาแข็งแกร่งในทันที อีกทั้งยังคอยปลุกเร้าลูกทีมทั้งยามลงสนามและในห้องแต่งตัว ล่าสุดในช่วงที่ฟุตบอลถูกล็อคดาวน์ด้วยโรคระบาด แม็คไกวร์ก็ยังแสดงทัศนคติอันมุ่งมั่นที่ทำให้แฟนผีคาดหวังถึงความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง “พวกเราไม่ได้ต้องการแค่ลุ้นพื้นที่ไปแชมเปี้ยนส์ลีก แต่เราต้องการสู้เพื่อเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก” นี่คือคำพูดที่แม็คไกวร์เอ่ยกับสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่างสกายสปอร์ต อันแสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอแห่งการเป็นกัปตันทีมปีศาจแดงที่ต้องมองถึงการเป็นแชมป์ในทุกปี แทนที่จะมุ่งหวังแค่ติด Top 4 เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พลพรรคเรด อาร์มี่ไม่ได้เห็นมาหลายปีจากผู้ที่เป็นกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่แม็คไกวร์ย้ายเข้ามา เป็นเวลาเดียวกับการย้ายออกจากทีมไปของกัปตันวาเลนเซียพอดี ขณะนั้นโอเล่ กุนนาร์ โซชาได้เลือกแอชลีย์ ยัง ที่มีอาวุโสสูงสุดในทีมขึ้นรับตำแหน่งกัปตันทีมคนต่อไป โดยนัดไหนที่กัปตันยังไม่ได้ลงทำหน้าที่ปอกแขนก็จะถูกส่งต่อไปให้นักเตะหลายคน ซึ่งในนั้นมีแม็คไกวร์รวมอยู่ด้วย โดยหลังจากที่กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกได้สวมบทกัปตันทีมชั่วคราวครั้งแรก กุนซือชาวนอร์เวย์ได้ให้การชื่นชมว่า “แฮร์รี่มีคุณสมบัติของการเป็นกัปตัน เขาย้ายเข้ามาและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในห้องแต่งตัวและในสนาม เขาสามารถเป็นกัปตันทีมในระยะยาวได้” จนกระทั่งเมื่อกัปตันยังตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลานในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาว กุนซือสายเลือดไวกิ้งได้เลือกให้แม็กไกวร์รับหน้าที่กัปตันทีมคนใหม่ทั้งที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมได้ไม่ถึงปี โดยโซลาได้อธิบายถึงการตัดสินใจเรื่องนี้ไว้ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้นำของทีม ดังนั้นแม็คไกวร์จะได้สวมปอกแขนกัปตันทีมตั้งแต่นี้เป็นต้นไป” ซึ่งหลังจากรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ปราการหลังจอมแกร่งก็ฉายแววการเป็นผู้นำทีมสู่ชัยชนะทันที โดยคอยสั่งการและกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมตลอดทั้งเกม แถมยังขึ้นมาทำประตูให้ทีมได้อีกด้วย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดห่างหายจากการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วถึง 7 ฤดูกาล ถือเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งลีกมา โดยกัปตันทีมคนสุดท้ายที่นำขุนพลปีศาจแดงชูถ้วยแชมป์คือ เนมานย่า วิดิช ในฤดูกาลสุดท้ายของการเป็นเป็นกุนซือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน การแต่งตั้งแม็คไกวร์เป็นกัปตันทีมถือเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมของโซลชา หลายครั้งที่กัปตันแม็คไกวร์แสดงออกให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ชนะ […]

ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าความหวังใหม่แห่งกองทัพอินทรีเหล็ก

นับตั้งแต่มิโรสลาฟ โคลเซ่ อำลาทีมชาติเยอรมันไปหลังจากพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 อย่างยิ่งใหญ่ที่ประเทศบราซิล กองทัพอินทรีเหล็กก็ยังไม่อาจหาใครขึ้นมารับหน้าที่กองหน้าตัวเป้าคอยผลิตสกอร์อย่างเป็นกอบเป็นกำได้อีกเลย ไม่ว่าจะเป็นมาริโอ เกิทเซ่, มาริโอ โกเมซ, เควิน วอลแลน หรือซานโดร วากเนอร์ ล้วนเป็นศูนย์หน้าที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จนกระทั่งมาถึงยุคของ ติโม แวร์เนอร์ กองทัพอินทรีเหล็กจึงมีความหวังในการยิงประตูขึ้นมาอีกครั้ง ติโม แวร์เนอร์ ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์หน้าที่เปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณของเพชฌฆาต เขามีทั้งความเร็ว ความคมในการจบสกอร์ แถมยังหาพื้นที่ว่างได้เก่ง และมักจะพาตัวเองไปอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมันคนอื่น กองหน้าจากเมืองสตุ๊ดการ์ทถูกเรียกตัวติดทีมชาติเยอรมันระดับเยาวชนตั้งแต่ชุดอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปจนถึงชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี โดยยิงประตูไปทั้งสิ้น 34 ประตู จาก 48 นัด จนกระทั่งในปี 2017 เขาจึงได้รับโอกาสประเดิมสนามให้กับทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติอังกฤษด้วยการลงเป็นตัวจริง จากนั้นแวร์เนอร์ก็กลายเป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีมชาติเยอรมันด้วยวัยเพียง 20 ปี และเพียงปีแรกกองหน้าดาวรุ่งก็พาทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพได้สำเร็จ โดยแวร์เนอร์ยิงไปทั้งหมด 3 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวร่วมประจำทัวร์นาเมนต์ น่าเสียดายที่ปีถัดมาในศึกฟุตบอลโลก 2018 แวร์เนอร์กลับหลุดฟอร์มยิงไม่ได้สักประตู จนเป็นผลให้ทีมชาติเยอรมันต้องม้วนเสื่อกลับบ้านเพียงรอบแบ่งกลุ่ม นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี […]

“อัลฟอนโซ่ เดวิส” แบ็กซ้ายดาวโรจน์แห่งทีมเสือใต้ ผู้แจ้งเกิดจากสถานการณ์วิกฤต

การจะได้ลงเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างบาเยิร์น มิวนิค นอกจากฝีเท้าต้องดีแล้ว โชคชะตาก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ เพราะโอกาสที่วิ่งเข้ามาในยามที่ทีมกำลังเผชิญกับวิกฤต ส่งผลให้นักเตะกำลังเสริมอย่าง “อัลฟอนโซ่ เดวิส” กลายมาเป็นนักเตะกำลังหลักของทีมในเวลาอันรวดเร็ว อัลฟอนโซ่ เดวิส เพิ่งย้ายมาจากแวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ในเมเจอร์ลีก ช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวเมื่อปี 2019 ด้วยค่าตัว 13.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักเตะชาวแคนาดาวัย 18 ปีกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของลีกสหรัฐ โดยก่อนหน้านั้นเขาเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป จากการเป็นนักเตะทีมชาติแคนาดาที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 16 ปี และนักเตะอายุน้อยเป็นอันดับ 2 ของเมเจอร์ลีก แถมยังมีชื่อเป็น 60 นักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการฟุตบอลอีกด้วย เดิมทีเดวิสเป็นผู้เล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ซึ่งปัจจุบันในทีมบาเยิร์น มิวนิคมี คิงส์ลี่ย์ โคลแมน ปีกทีมชาติฝรั่งเศสเป็นเจ้าของสัมปทานตำแหน่งตัวจริง ส่งผลให้ในช่วงแรกเดวิสจึงได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกมเท่านั้น จนกระทั้งช่วงต้นฤดูกาล 2019-20 บาเยิร์น มิวนิคต้องเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก เริ่มจากนิคลาส ซูเล ปราการหลังทีมชาติเยอรมันที่บาดเจ็บเข่าจนหมดสิทธิลงสนามทั้งฤดูกาล ตามมาด้วยลูคัส เอร์นันเดซ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสที่บาดเจ็บหนักบริเวณข้อเท้า จนทำให้แบ็กซ้ายอย่างดาวิด อลาบา ต้องหุบเข้ามายืนตรงกลางคู่กับเจโรม บัวเต็ง ทำให้เดวิสได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริงของทีมเสือใต้ เดวิส […]

นักเตะเยาวชนบาร์เซโลน่าที่ไปได้ดีในศึกพรีเมียร์ลีก

ศูนย์ฝึกนักเตะเยาวชนของบาร์เซโลน่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลามาเซีย” เป็นสถานที่บ่มเพาะนักเตะเยาวชนจนก้าวไปเป็นนักเตะระดับโลกหลายราย ไม่ว่าจะเป็นลิโอเนล เมสซี่, อันเดรีส อิเนียสต้า และชาบี เอร์นานเดซ ซึ่งทั้ง 3 คนถูกเสนอชื่อเป็นนักเตะ 3 คนสุดท้ายในการเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก หรือฟีฟ่าบัลลงดอร์ เมื่อปี 2010 แต่ในความเป็นจริงมีนักเตะจากลามาเซียจำนวนน้อยมากที่ถูกเลือกให้ลงเล่นในถิ่นคัมป์ นู นักเตะเยาวชนส่วนใหญ่จึงมักออกไปอยู่กับสโมสรอื่นหรือลีกอื่นเพื่อโอกาสในการลงสนาม ซึ่งพรีเมียร์ลีกถือเป็นอีกหนึ่งแห่งที่เหล่านักเตะเยาวชนของบาร์เซโลน่าเลือกย้ายมาพิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นนักเตะชื่อดัง เชส ฟาเบรกัส ฟาเบรกัส เข้าร่วมทีมเยาวชนของบาร์ซ่าตั้งแต่อายุ 10 ขวบด้วยการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แต่ด้วยโอกาสที่จำกัดในการลงสนามทำให้เขาตัดสินใจย้ายมาร่วมอาร์เซน่อลในปี 2003 และกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามให้ทีมปืนใหญ่ ด้วยวัย 16 ปี กับอีก 177 วัน ซึ่งอาร์แซน เวนเกอร์เป็นผู้ปรับตำแหน่งมาเป็นเพลย์เมกเกอร์จนทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ จนกระทั่งในปี 2011 ฟาเบรกัสย้ายกลับไปอยู่กับบาร์เซโลน่า แต่หลังจากผ่านไป 3 ฤดูกาลมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนก็ย้ายกลับอังกฤษอีกครั้ง และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับเชลซีถึง 2 สมัย โดยฟาเบรกัสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนไปทั้งสิ้น 350 นัด และยิงรวมกันไป 50 […]

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวายอดเพลย์เมกเกอร์

“มันเหมือนการมีเควิน เดอ บรอยน์ เล่นอยู่ในตำแหน่งแบ็กขวา เขาขับเคลื่อนเกมรุกของหงส์แดงจากการเล่นในตำแหน่งนั้น เพลย์เมกเกอร์ที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูล ได้แก่ แบ็กขวาผู้นี้นี่เอง” นี่คือคำพูดของเจมี่ คาร์ราเกอร์ ปราการหลังระดับตำนานของลิเวอร์พูล ที่กล่าวยกย่อง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลังจากกองหลังรุ่นน้องจ่ายให้เพื่อนทำประตูได้ถึง 2 ครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกที่ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปด้วยสกอร์ 3-2 จนได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปครอง ในเกมดังกล่าว เทรนต์เปิดบอลให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม โขกประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 9 หลังจากนั้นเป็นทีมขุนค้อนที่ทำได้ดีกว่าและแซงขึ้นนำได้สำเร็จในช่วงต้นครึ่งหลัง ทำให้หงส์แดงต้องโหมบุกอย่างหนักจนมาได้ประตูตีเสมอจากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะเป็นคนจ่ายให้ซาดิโอ มาเน่ ยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกม โดย 2 แอสซิสต์ที่เกิดขึ้นทำให้ในฤดูกาล 2019-20 แบ็กขวาจอมบุกทำแอสซิสต์ไปแล้วทั้งสิ้น 12 ลูก เทียบเท่ากับที่เจ้าตัวเคยทำได้ทั้งฤดูกาลในซีซั่นที่แล้ว ซึ่งนับเป็นสถิติกองหลังที่ผลิตแอสซิสต์สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกหนึ่งฤดูกาล นอกจากนั้นยังทำให้แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นกองหลังอายุน้อยที่สุดที่ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกได้ครบ 25 ครั้ง ด้วยอายุเพียง 21 ปี กับอีก 140 วัน อีกทั้งยังเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ […]